สถิติการค้าการลงทุนไทย-อินเดีย
ไทยให้ความสำคัญต่อการดำเนินความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอินเดียอย่างยิ่ง เนื่องจากอินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูง มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเร็ว มีประชากรอายุน้อยที่เป็นวัยทำงานจำนวนมาก มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ยานยนต์และ เครื่องจักร
ปัจจุบัน ไทยมีสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศในอินเดีย 3 สำนักงาน เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกัน ได้แก่ (1) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี (2) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ และ (3) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน นอกจากนี้ ยังมีสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน (BOI) ณ เมืองมุมไบ อีกด้วย
การค้ารวม ในปี 2568 อินเดียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 11 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ การค้ารวมมีมูลค่า 21,822.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 25.01 โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า 9,817.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การส่งออก ปี 2568 อินเดียเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 7 ของไทย และเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ ไทยส่งออกสินค้าไปยังอินเดียมูลค่า 15,820.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 34.52 โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล
การนำเข้า ปี 2568 อินเดียเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 14 ของไทย และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 1 ของไทยในเอเชียใต้ ไทยนำเข้าสินค้าจากอินเดียมูลค่า 6,002.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก ปี 2567 ร้อยละ 5.37 โดยสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็งแปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป
ความตกลงทางการค้า ไทยและอินเดียมีความตกลงเขตการค้าเสรี 2 ฉบับ ได้แก่
(1) ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย – อินเดีย (Thailand - India Free Trade Agreement) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2547 ครอบคลุมสินค้า 83 รายการ สินค้าสำคัญที่ครอบคลุมภายใต้ความตกลง แบ่งเป็น
- สินค้าเกษตร เช่น เงาะ ลำไย มังคุด ทุเรียน มะม่วง แอปเปิล องุ่น ข้าวสาลี ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน ปลาแมกเคอเรล และปู
- สินค้าอุตสาหกรรม เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ โพลียูรีเทน โพลีเอสเตอร์ กรดอนินทรีย์ เหล็กและผลิตภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศ พัดลม ตู้เย็น เครื่องโทรศัพท์ไร้สาย เครื่องจักรกลและกระปุกเกียร์ และรถยนต์ปัจจุบันสินค้าในบัญชีดังกล่าว มีอัตราภาษีศุลกากรร้อยละ 0 ทั้งหมด
(2) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – อินเดีย (ASEAN – India Free Trade Agreement: AIFTA) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2553 โดยครอบคลุมสินค้าประมาณ 4,731 รายการ ปัจจุบันสินค้าที่อยู่ในกลุ่มนี้มีอัตราภาษีศุลกากรอยู่ระหว่างร้อยละ 0–5 และยังอยู่ในระหว่างการหารือเพื่อเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติม