ประโยชน์หลายด้านจากการมีสำนักงานบีโอไอในอินเดีย
สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนหรือบีโอไอ แห่งที่ 14 ของโลก ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่เพิ่งเปิดตัวไปที่มุมไบเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2556 เป็นนิมิตหมายอันดีที่แสดงถึงความเชื่อมโยงที่ชัดเจนขึ้นในเรื่องเศรษฐกิจ ระหว่างไทยและอินเดีย นอกจากนี้ ยังจะส่งเสริมความเข้มแข็งให้ทีมประเทศไทยในการดำเนินยุทธศาสตร์ด้าน เศรษฐกิจกับประเทศมหาอำนาจเอเชียที่กำลังมีความสำคัญมากขึ้นอย่างอินเดีย
แม้ข้อมูลด้านการลงทุนของทั้งไทยและอินเดียจะมีให้ผู้สนใจได้ค้นหาทั่วไป ตามแหล่งต่างๆ โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต แต่การมีสำนักงานตั้งอยู่ในพื้นที่จะสร้างความอุ่นใจและความเชื่อมั่นแก่นัก ลงทุนของทั้ง 2 ประเทศ ว่าจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องและได้รับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเจ้า ของเรื่อง เป็นการทำงานเชิงรุกในการส่งเสริมให้มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น
อย่างแรกที่เป็นประโยชน์จากการเปิดสำนักงานบีโอไอในแดนภารตก็คือการแสดงถึง ความจริงใจของฝ่ายไทยในการผลักดันความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนให้เป็น รูปธรรม สมดังเจตนารมณ์ของผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายที่แสดงไว้ร่วมกันในผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี อินเดียเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ทูตไทยประจำอินเดีย นายพิศาล มาณวพัฒน์ กล่าวในพิธีเปิดสำนักงานบีโอไอในเมืองมุมไบว่า เห็นได้ชัดว่า ในระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งล่าสุดนั้น นายกรัฐมนตรีอินเดียมีความยินดีต่อผลความคืบหน้าความสัมพันธ์ในหลายๆ ด้าน โดยในด้านเศรษฐกิจ จะมีการจัดตั้ง Indo-Thai Business Forum ให้ความช่วยเหลือวีซ่านักธุรกิจ และเพิ่มการเชื่อมโยงต่างๆ ทั้งทางอากาศ ทางเรือ และทางถนน
สำนักงานบีโอไอจะเป็นหน่วยงานหลักในช่วงการก่อตั้ง Indo-Thai Business Forum ซึ่งจะเป็นเวทีร่วมของนักลงทุน 2ฝ่าย เพื่อหารือกันเรื่องการกระชับความสัมพันธ์การค้าและการลงทุน และเสนอแนะนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุนให้แก่รัฐบาลทั้ง 2 ด้วย
บีโอไอทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชนไทยที่สำคัญและช่ำชองอินเดียหลายท่าน ที่สำคัญก็ได้แก่ คุณอนุสรณ์ มุทราอิศ จากเดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ คุณเจน นำชัยศิริ ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คุณไพรัช บูรพชัยศรี ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คุณสุชาดา สุขพันธุ์ถาวร จากธนาคารกรุงเทพ และคุณเมธา จันทร์แจ่มจรัส จากบ้านพฤกษา ซึ่งก็ได้มาร่วมแสดงความยินดีต่อการเปิดสำนักงานในมุมไบครั้งนี้ด้วย
นอกจากนี้ บีโอไอจะช่วยให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่นักลงทุนไทย ให้เห็นภาพการลงทุนในอินเดียและชี้ช่องทางให้ นักธุรกิจและนักลงทุนไทยจะได้มีความมั่นใจในการเริ่มต้นธุรกิจที่อินเดีย รวมทั้งอุ่นใจที่มีภาครัฐคอยเอาใจใส่ดูแลในพื้นที่
เรื่องข้อมูลที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะการลงทุนในอินเดียที่มีกฎระเบียบต่างๆ ค่อนข้างซับซ้อน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ดี ภาครัฐของอินเดียทั้งส่วนกลางและในรัฐต่างๆ ที่มีศักยภาพ เช่น คุชราต ราชาสถาน มหาราษฏระ ทมิฬนาฑู ก็มีการอำนวยความสะดวกเรื่องการขออนุญาตจัดตั้งธุรกิจในอินเดีย และมีกลไกต่างๆ รวมถึงบริการออนไลน์ เพื่อทำให้การลงทุนในอินเดียง่ายเหมือนปอกกล้วย
ในทางกลับกัน นักลงทุนอินเดียก็จะได้รับการช่วยเหลือเรื่องการไปลงทุนในไทยถึงประตูบ้าน ตัวเอง สำนักงานบีโอไอจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจอินเดียเหล่านี้ ส่งเสริมให้ไทยเป็นสวรรค์ของนักลงทุนอินเดีย กระตุ้นตัวเลขการลงทุนในไทยจากอินเดียให้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน สถิติระหว่างปี 2550-2555 อยู่ที่ 114 โครงการ มูลค่า 30,203 ล้านบาท
นอกจากบริษัทอินเดียใหญ่ๆ ที่ลงหลักปักฐานในไทย อย่าง กลุ่มอดิตยา เบอร์ล่า ยางอพอลโล อินโดรามา หรือทาทา มอเตอร์สแล้ว ยังมีอีกหลายบริษัทที่แสดงความสนใจจะไปลงทุนในไทย และอยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาต่างๆ ของไทย อาทิเช่นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2 ล้านล้านบาท
Mr. M.K. Birla ประธานกลุ่มอดิตยา เบอร์ล่า ที่มาร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อไทย ที่เป็นฐานในต่างประเทศฐานแรกของกิจการอดิตยา เบอร์ล่า ที่พ่อของเขาเป็นผู้ริเริ่มและตัดสินใจเลือกไทยเมื่อกว่า 40 ปีก่อน ก่อนจะขยายกิจการไปกว่า 36 ประเทศในปัจจุบัน กิจการของเครือบริษัทที่อยู่ในไทยมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กว่า 2 ใน 3 หรือประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการส่งออกจากไทยไปยัง 50 ประเทศทั่วโลก Mr. Birla ยังกล่าวว่า ไทยมีความได้เปรียบเรื่องนโยบายการส่งเสริมการลงทุนที่ก้าวหน้า สภาพเศรษฐกิจที่มั่นคง โครงสร้างพื้นฐานยอดเยี่ยม แนวคิดที่เป็นสากล และแรงงานที่ขยันขันแข็ง
สุดท้าย สำนักงานบีโอไอในอินเดียจะเป็นส่วนสำคัญของทีมประเทศไทย ในการหารือกันเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานในอินเดีย ปัจจุบันทีมประเทศไทยในอินเดียพยายามดึงให้ภาคเอกชนสำคัญเข้ามามีส่วนร่วมใน การประชุมและมีกิจกรรมร่วมกัน เพื่อจะได้ดำเนินงานด้านเศรษฐกิจให้เกิดผลสูงสุด บีโอไอซึ่งเป็นหน่วยงานที่พูดภาษาเดียวกันกับภาคเอกชน น่าจะทำให้ความร่วมมือภาครัฐและเอกชนแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะในการทำงานด้านเศรษฐกิจในมิติต่างๆ
ผู้สนใจอย่ารอช้า ติดต่อ ผอ.กนกพร โชติปาล ที่ประจำอยู่ที่สำนักงานบีโอไอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ ที่โทร. (91 22) 2204 1589-90 โทรสาร (91 22) 2281 0808 และอี-เมล์
โดย คณิน บุญญะโสภัต
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,859 วันที่ 7 - 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556