Skip to main content
  • Thailand - India Business Information Center
    ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทย-อินเดีย
  • Thai agencies in India
    หน่วยงานราชการไทยในอินเดีย
  • Contact us
    ติดต่อเรา

ข่าวกิจกรรมทีมประเทศไทย

รัฐมนตรีพาณิชย์นำคณะโรดโชว์บุกอินเดีย
02 March 2015

mocbilatรมว.พาณิชย์หารือกับ รมว.พาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดียพลเอก ฉัตรชัยฯ นำทัพราชการและเอกชนไทยบุกเมืองมุมไบและนิวเดลี ย้ำอินเดียเป็นเป้าหมายการค้า การลงทุนและท่องเที่ยวของไทย ทูตไทยต้อนรับ ขอให้ช่วยปรับทัศนคติคนไทยต่ออินเดีย เชื่ออินเดียจะเป็นสิงห์ผงาดเหมือนมังกรจีนในไม่ช้า

เมื่อวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนางกอบกาญจน์ วัฒนาวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จับมือทำงานเป็นทีมนำทัพข้าราชการและเอกชนไทยเยือนประเทศอินเดีย เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวไทยในอินเดีย

คณะโรดโชว์ดังกล่าว ที่ประกอบไปด้วยหน่วยงานภาครัฐอย่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ และผู้แทนเอกชนจากทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดยคุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอฯ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำโดยคุณเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ รวมเกือบ 40 ชีวิต เริ่มกิจกรรมในวันแรก 25 กุมภาพันธ์ ที่เมืองมุมไบ รัฐมหาราษฏระ เมืองซึ่งเป็นเมืองท่าศูนย์กลางทางเศรษญฐกิจของอินเดีย

ธุรกิจมุมไบคึกคัก เอกชนร่วมงาน B2B คับคั่ง

งานนี้ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ สคร. ณ เมืองมุมไบ จัดให้นายใหญ่ได้ร่วมกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานจับคู่ธุรกิจ (B2B) ซึ่งมีเอกชนอินเดียและไทยสมาชิก thaitrade.com และ tradeindia.com มาร่วมรับร้อยราย เรียกว่าประสบความสำเร็จ สร้างกระแสได้อย่างน่าประทับใจ ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ สคร. ได้จัดให้หอการค้าเมืองสุราต รัฐคุชราต ลงนามบันทึกความเข้าใจเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี สองเมืองซึ่งชื่อเมืองคล้ายกัน และว่ากันว่า พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นผู้พระราชทานชื่อเมืองสุราษฎร์ธานีจากชื่อเมืองสุราตที่ได้เสด็จฯ ไปเยือนนี่เอง

นอกจากนี้ สำนักงาน ททท.ประจำเมืองมุมไบ ได้ถือโอกาสที่ทั้งสองรัฐมนตรีมาเยือน จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพื่อโปรโมทปีแห่งการ Discover Thainess แคมเปญใหม่ของ ททท. มีการจัดการแสดงทางวัฒนธรรมและอาหารไทย ให้แขกเหรื่อขาวอินเดียได้ชมและลิ้มลองกันในวันนั้นด้วย

FTA ไทย-อินเดียยังมีหวัง อินเดียมุ่งเจรจาด้านบริการ

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่เมืองมุมไบ รมว.พาณิชย์ได้เดินทางต่อไปยังกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย โดยภารกิจที่สำคัญในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 ได้แก่ การเข้าพบหารือกับนางนิรมล สิทธรามัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย โดยทั้งคู่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมการค้าและการลงทุนไทย-อินเดีย โดยเฉพาะประเด็นความตกลง FTA ไทย-อินเดีย ที่ยังคั่งค้างหลังจากมีการลดภาษีสินค้าเพียง 83 รายการหลังลงนามความตกลงมากว่า 10 ปี รมว.พาณิชย์ของไทยเห็นควรให้มีการเดินหน้าเจรจาต่อ แต่ดูท่าฝ่ายอินเดียอยากให้มุ่งประเด็นด้านการบริการและการลงทุน เพื่อให้อินเดียได้ประโยชน์จากความตกลงนี้มากขึ้น นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังเสนอให้อินเดียช่วยผลักดันการจัดทำความตกลง FTA ภายใต้กรอบ BIMSTEC ให้แล้วเสร็จด้วย

เกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน รมว.พาณิชย์ของไทยกล่าวชมเชยนโยบาย Make in India ของ รัฐบาลอินเดีย โดยไทยพร้อมที่จะมีส่วนสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาร่วมลงทุนหรือส่งออกวัตถุดิบสำหรับกระบวนการผลิตในอินเดีย ด้านรัฐมนตรีอินเดียกล่าวว่า ขณะนี้อินเดียได้จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกนักลงทุนต่างชาติขึ้นมาแล้ว และมี e-biz portal ที่สามารถสอบถามข้อมูลหรือขอใบอนุญาตต่าง ๆ ได้ภายใน 48 ชม.

ทูตไทยประจำอินเดียแนะ เอกชนไทยควรปรับทัศนคติ

mocteamthaiทีมประเทศไทยประจำอินเดียบรรยายสรุป รมว.พาณิชย์นอกจากการพบกับฝ่ายอินเดียแล้ว รมว.พาณิชย์และคณะยังได้ร่วมประชุมกับทีมประเทศไทยประจำกรุงนิวเดลี โดยนายชลิต มานิตกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำอินเดีย ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “อินเดียอยู่ไหน ... ใครรู้บ้าง” โดยเน้นย้ำว่า อินเดียในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนไปมากและกำลังจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายใต้การบริหารงานแบบ More Governance, Less Government ของนายกฯ โมดี อินเดียจึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ไทยไม่ควรมองข้าม คนไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่ออินเดียเพื่อไม่ให้เสียโอกาส (ดูไสลด์การบรรยาย คลิกที่นี่)

นอกจากนี้ ในด้านการท่องเที่ยว ทีมประเทศไทยโดยเฉพาะ ททท. ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า รัฐบาลไทยควรพิจารณาเข้มงวดกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุในการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว  

โอกาสนี้ รมว.พาณิชย์ได้ให้แนวทางกับทีมประเทศไทยว่า กระทรวงพาณิชย์มียุทธศาสตร์ที่จะรักษาตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ซึ่งรวมถึงอินเดีย เพราะเชื่อว่าอินเดียกำลังเจริญรอยตามจีนและมีโอกาสทางธุรกิจมากมายสำหรับไทย เช่น สาขาก่อสร้างและแปรรูปอาหาร ขอให้ ทีม ปทท. ร่วมมือกันส่งเสริมให้อินเดียให้ความสำคัญไทยมากขึ้นในฐานะศูนย์กลาง (hub) ของอาเซียน โดยใช้การเชื่อมโยงอินเดียสู่ไทย เช่น โครงการถนนสามฝ่ายและท่าเรือน้ำลึกทวาย ทำให้อินเดียรู้สึกว่าจำเป็นต้องมีไทยหากต้องการเข้าถึงตลาดอาเซียน

เอกชนไทยร้อง ขอให้ภาครัฐจริงจังสนับสนุนธุรกิจไทยในอินเดีย

พลเอก ฉัตรชัยฯ ยังได้เปิดโอกาสให้เอกชนไทยที่ทำธุรกิจในอินเดียเข้าพบเพื่อแนะนำตัวและหารือเกี่ยวกับปัญหาการทำธุรกิจ โดยมีเอกชนเข้าร่วมประมาณ 10 ราย อาทิ ซีพี เอสซีจีเทรดดิ้ง และ รร.ดุสิต โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจในอินเดียไปในแนวเดียวกัน คือปัญหากฎระเบียบ วีซ่า ระบบภาษีและระบบการเงินและการธนาคารที่ซับซ้อน สหภาพแรงงานที่เรียกร้องมาก ซึ่งทำให้การดำเนินธุรกิจยากลำบาก ปัญหาสำคัญสำหรับบริษัทใหญ่เช่น ซีพี ที่มีจำนวนคนงานไทยในอินเดียจำนวนมากคือเรื่องการเรียกเก็บเงินประกันสังคมจากลูกจ้างคนไทยโดยรัฐบาลอินเดียไม่อนุญาตให้เบิกเงินคืนได้จนกว่าลูกจ้างอายุครบ 58 ปี ซึ่งเป็นปัญหาที่เอกชนไทยต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐโดยเร่งด่วน

ซีอีโอไทย-อินเดีย พร้อมประชุมร่วมครั้งแรก เม.ย. 58

ในระหว่างกิจกรรมของ รมว.พาณิชย์ บีโอไอ นำโดย น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างเอกชนไทยและอินเดียที่เป็นสมาชิก India-Thailand Joint Business Forum (ITJBF) ที่จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นช่องทางให้เอกชนไทยและอินเดียได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นอันจะนำไปสู่การค้าและการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น

ฝ่ายไทยมีสมาชิกเข้าร่วม 3 ราย ได้แก่ เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ Aditya Birla Thailand และ Pranda Jewelry นอกจากนี้ ยังมีนายอิสระ ว่องmocciiพลเอก ฉัตรขัยฯ หารือ Ajay Shriram ประธาน CIIกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าฯ ซึ่งเดินทางมาพร้อม รมว.พาณิชย์เข้าร่วมด้วยในฐานะที่สภาหอการค้าฯ เป็นผู้ประสานงานหลักของภาคเอกชนไทย ขณะที่ฝ่ายอินเดียมีสมาชิก  5 รายเข้าร่วม ได้แก่ Indo Rama, Ishan International, Punj Loyd Group, SRF และ Techno Brain India รวมถึงผู้แทน Confederation of Indian Industry (CII) ซึ่งเป็นผู้ประสานงานหลักของฝ่ายอินเดียเข้าร่วม ทปช.กำหนดให้มีการจัดทำกฎบัตร (Charter) ของ ITJBF ภายในเดือน มี.ค. และจัด กปช. ครั้งแรกภายในเดือน เม.ย. ที่ ปทท.

ภายหลังการประชุมของภาคเอกชนดังกล่าว นาย Ajay S. Shriram ประธาน CII ได้เข้าพบหารือกับ รมว.พาณิชย์ โดยนาย Shriram ได้แสดงความเชื่อมั่นในรัฐบาลอินเดียภายใต้การนำของนายโมดีว่า เป็นรัฐบาลที่สนับสนุนภาคธุรกิจ (pro-business, pro-growth) และพยายามปรับปรุงกฏระเบียบเพื่อให้ภาคเอกชนสามารถทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น (อินเดียอยู่ในอันดับ 142 จาก 189 ประเทศที่ธนาคารโลกจัดอันดับไว้) ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจอินเดียเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สัดส่วนชนชั้นกลาง (Middle Class) ซึ่งขณะนี้มีถึง 300 ล้านคนน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในอีก 5 ปีข้างหน้า

รมว.พาณิชย์ได้กล่าวชื่นชมนโยบาย Make in India ของนายกฯ โมดี และกล่าวถึงการประชุม ITJBF ว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่เอกชนทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยยืนยันว่า สภาหอการค้าฯ พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ITJBF ครั้งที่ 1 ที่ไทยในเดือน เม.ย. 58 และยังได้เชิญชวนเอกชนอินเดียไปลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นด้วย

 

{slideshare}45313512{/slideshare}

ประพันธ์ สามพายวรกิจ
รายงานจากกรุงนิวเดลี
2 มีนาคม 2558