Skip to main content
  • Thailand - India Business Information Center
    ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทย-อินเดีย
  • Thai agencies in India
    หน่วยงานราชการไทยในอินเดีย
  • Contact us
    ติดต่อเรา

ข่าวกิจกรรมทีมประเทศไทย

โอกาสของธุรกิจการท่องเที่ยวไทยในรัฐชัมมูและแคชเมียร์ (Jummu & Kashmir)
01 December 2015

  

เมื่อวันที่ 16-20 ตุลาคม 2558 นายชลิต มานิตยกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำอินเดีย พร้อมเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ได้เดินทางไปสำรวจศักยภาพเศรษฐกิจเมืองศรีนคร (Srinagar) รัฐชัมมูและแคชเมียร์ (Jummu & Kashmir – J&K) ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย

 

FullSizeRender 3 resized

ทะเลสาบ Dal Lake อันมีชื่อเสียงของเมืองศรีนคร

 

ท่านทูตชลิตฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนาย Mufti Mohammad Sayeed มุขมนตรีรัฐ J&K ที่ทำเนียบมุขมนตรี โดยมีนาง Mehbooba Mufti Sayeed บุตรสาว ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค People Democratic Party (ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลรัฐ J&K กับพรรค BJP) และเป็น สส. อยู่ในโลกสภา เข้าร่วมหารือด้วย

 

 IMG 3953 resized

เอกอัครราชทูตนายชลิต มานิตยกุล พบหารือกับนาย Mufti Mohammad Sayeed มุขมนตรีรัฐ J&K

 

ทั้งสองได้หารือกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมุขมนตรีได้ขอให้ท่านทูตชลิตฯ ช่วยส่งเสริมให้คนไทยมาท่องเที่ยวในรัฐ J&K ให้มากขึ้น โดยหนึ่งในจุดเด่นของการท่องเที่ยวของรัฐ คือ เมืองศรีนครที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย และในปัจจุบันยังเป็นเมืองจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่เล่นกอล์ฟด้วย
มุขมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลรัฐ J&K มุ่งจะพัฒนาการท่องเที่ยวในรัฐให้ดียิ่งขึ้น มีแผนที่จะพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งในรัฐเข้าด้วยกัน ซึ่งรวมถึงแผนที่จะเปิดให้บริการเฮลิคอปเตอร์จากเมืองศรีนครไปยังเมือง Gulmarg และเมือง Pahalgam ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ให้แก่นักท่องเที่ยวตลาดบนในอนาคตอันใกล้

 

IMG 3881 resized 

ท่านทูตชลิตฯ ถ่ายรูปร่วมกับแขกสำคัญในการประชุม Jammu & Kashmir Hoteliers Club

 

นอกจากนี้ ท่านทูตชลิตฯ ยังได้เข้าพบหารือกับผู้บริหารและสมาชิกหอการค้า PHD Chamber of Commerce and Industry (J&K State Committee) และได้รับเกียรติให้กล่าวในหัวข้อ “ประสบการณ์ของประเทศไทยในการพัฒนาธุรกิจด้านการท่องเที่ยว” ให้แก่ที่ประชุมสามัญประจำปีของสโมสรเจ้าของโรงแรมชั้นนำในรัฐฯ (Jammu & Kashmir Hoteliers Club) ในฐานะ Guest of honour โดยมีนาย Syed Altaf Bukhari รัฐมนตรีคมนาคมรัฐ J&K นาย Farooq A. Shah ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวรัฐ J&K นาย Mushtaq Ahmad Chaya รองประธานหอการค้าฯ และเจ้าของโรงแรมชั้นนำในรัฐ J&K เข้าร่วมกว่า 50 คน

pix with PHD CCI resized 

ท่านทูตชลิตฯ ถ่ายรูปร่วมกับผู้บริหารและสมาชิกหอการค้า PHD Chamber of Commerce and Industry

 

ท่านทูตชลิตฯ ได้กล่าวแก่ที่ประชุมว่า สิ่งสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ประสบความสำเร็จประกอบด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจท่องเที่ยว การมีสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดี การมีจิตใจบริการของบุคลากรในธุรกิจ และการรวมกลุ่มของภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งเดียว ประเทศไทยได้ลองผิดลองถูกในการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ จนในปัจจุบัน การท่องเที่ยวไทยถือว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จอันดับต้นของประเทศ คาดว่าในปี 2558 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทยราว 29 ล้านคน การท่องเที่ยวเป็นสาขาความร่วมที่มีศักยภาพที่ทั้งประเทศไทยและรัฐ J&K จะได้ประโยชน์ร่วมกัน ประเทศไทยพร้อมที่จะแบ่งปัน best practice และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับรัฐ J&K โดย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลีจะหารือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศ สำนักงานกรุงนิวเดลี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐ J&K เพื่อศึกษาหาลู่ทางความร่วมมือระหว่างกันต่อไป

 

IMG 1827

ทัศนียภาพในเมือง Sonmarg ในรัฐ J&K

 

จริงๆ แล้ว แคว้นแคชเมียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองศรีนคร เป็นหนึ่งในเป้าหมายการเดินทางมาเที่ยวอินเดียของนักท่องเที่ยวไทยอยู่แล้ว (นอกเหนือจากเมืองหลักๆ เช่น เมืองพุทธคยา เเละทัชมาฮาลในเมืองอัครา เป็นต้น) เนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยงาม และยังมีภูเขาหิมะให้นักท่องเที่ยวไทยได้เล่นหิมะ เล่มสกี และชมทัศนียภาพอันสวยงามที่ไม่แพ้การไปเที่ยวในยุโรป แต่มีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวน้อยกว่ามาก 

 

IMG 1882

ทัศนียภาพในเมือง Sonmarg ในรัฐ J&K

 

ดังที่ท่านทูตชลิตฯ ได้กล่าวแก่ภาคเอกชนของรัฐ J&K “การท่องเที่ยว” เป็นสาขาความร่วมมือที่มีศักยภาพที่ทั้งประเทศไทยและรัฐ J&K จะได้ประโยชน์ร่วมกัน อาทิ การจัด golf tourism ร่วมกัน การจับคู่เมืองท่องเที่ยวในรัฐ J&K กับจังหวัดในประเทศไทย และการจัดโปรแกรมทัวร์ร่วมกัน เป็นต้น

ตัวอย่างความร่วมดังกล่าว มิใช่เป็นเพียงการส่งเสริมให้คนไทยมาเที่ยวอินเดียและฝ่ายอินเดียได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น แต่เป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างกันที่เอกชนในภาคการท่องเที่ยวไทยก็จะได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวอินเดีย และ/หรือนักท่องเที่ยวจากประเทศที่สามไปท่องเที่ยวในประเทศไทยเช่นกัน

ความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวรัฐ J&K นอกจากจะให้ประโยชน์ทางธุรกิจแก่ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศแล้ว ยังจะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวของรัฐ J&K ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์โดยตรงแก่นักท่องเที่ยวไทยเวลาเดินทางมาท่องเที่ยวในรัฐ J&K และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของคนไทยต่อคนอินเดียที่นี่ด้วย  

หากท่านผู้อ่านกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ไกลจากบ้านเราและมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนัก หรือกำลังมองหาการขยายลู่ทางธุรกิจท่องเที่ยว เมืองศรีนครในรัฐ J&K ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

 

จิตราภรณ์ เลิศทวีวิทย์

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี